วันอังคารที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2556

วิเคราะห์บอล แมนฯ ยูไนเต็ด - เรอัล มาดริด


วิเคราะห์บอล แมนฯ ยูไนเต็ด - เรอัล มาดริด 
วิเคราะห์บอล แมนฯ ยูไนเต็ด - เรอัล มาดริด
วิเคราะห์บอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด - เรอัล มาดริด
เวลา: 02.45 น.
สนาม: โอลด์ แทรฟฟอร์ด
ผู้ตัดสิน: คูเนต ชาเคียร์ (ตุรกี)
ถ่ายทอดสด: ทรูสปอร์ต 2






ผลงาน 5 นัดหลังสุดของทั้ง 2 ทีม
แมนฯ ยูไนเต็ด
2 มี.ค. 56 ชนะ นอริช 4-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
23 มี.ค. 56 ชนะ ควีนส์ปาร์ค 2-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
19 ก.พ. 56 เร้ดดิ้ง 2-1 (เหย้า) เอฟเอ คัพ
13 ก.พ. 56 เสมอ เรอัล มาดริด 1-1 (เยือน) แชมเปี้ยนส์ลีก
10 ก.พ. 56 ชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
เรอัล มาดริด
2 มี.ค. 56 ชนะ บาร์เซโลน่า 2-1 (เหย้า) ลา ลีกา
26 มี.ค. 56 ชนะ บาร์เซโลน่า 3-1 (เยือน) โคปา เดล เรย์
23 ก.พ. 56 ลา คอรุนญ่า 2-1 (เยือน) ลา ลีกา
17 ก.พ. 56 ชนะ ราโย 2-0 (เหย้า) ลา ลีกา
13 ก.พ. 56 เสมอ แมนฯ ยูไนเต็ด 1-1 (เหย้า) แชมเปี้ยนส์ลีก
ผลการพบกันนัดแรก
13 ก.พ. 56 เรอัล มาดริด 1-1 แมนฯ ยูไนเต็ด
ผลงานการพบกันที่ผ่านมา
23 เม.ย. 46 แชมเปี้ยนส์ลีก แมนฯ ยูไนเต็ด 4-3 เรอัล มาดริด
8 เม.ย. 46 แชมเปี้ยนส์ลีก เรอัล มาดริด 3-1 แมนฯ ยูไนเต็ด
19 เม.ย. 43 แชมเปี้ยนส์ลีก แมนฯ ยูไนเต็ด 2-3 เรอัล มาดริด
4 เม.ย. 43 แชมเปี้ยนส์ลีก เรอัล มาดริด 0-0 แมนฯ ยูไนเต็ด
ความพร้อม-สภาพทีม
แมนฯ ยูไนเต็ด
ผีแดงหมดสิทธิใช้งานฟิล โจนส์ ดาวรุ่งสารพัดประโยชน์ ซึ่งฟิตไม่ทันจากอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้า ขณะที่ พอล สโคลส์ มิดฟิลด์ตัวเก๋า ก็ยังไม่ฟิตกลับมาจากปัญหาเจ็บเข่า และ ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์ อีกหนึ่งตัวเลือกในแดนกลาง พักยาวไปนานแล้วเพราะปัญหาสุขภาพ
ริโอ เฟอร์ดินานด์ เซ็นเตอร์แบ็กตัวเก๋า ป่วยเป็นไข้จนพลาดเกมลีกนัดล่าสุด แต่ก็คืนความฟิตกลับมาได้แล้ว ขณะที่จอนนี่ อีแวนส์ ซึ่งได้ลงเล่นในนัดนั้น มีอาการเจ็บเล็กน้อยติดตัวมา จนต้องแยกซ้อมในวันจันทร์ แต่ก็น่าจะฟิตทันลงสนามได้
ส่วนปาทริซ เอฟร่า แบ็กซ้ายตัวหลัก และแดนนี่ เวลเบ็ค กองหน้าทีมชาติอังกฤษ ซึ่งเจ็บเล็กน้อยมาจากเกมล่าสุด ก็ไม่มีปัญหาในการเรียกความฟิตกลับมา เช่นเดียวกับ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ดาวยิงตัวเก่ง ซึ่งหายเจ็บสะโพกกลับมาลงเล่นได้ตามปกติแล้ว
ชินจิ คางาวะ มิดฟิลด์ทีมชาติญี่ปุ่น โชว์ฟอร์มสดทำแฮตทริกได้ในเกมล่าสุด น่าจะได้มีส่วนร่วมในเกมนี้ด้วย แต่ต้องลุ้นว่าจะในฐานะตัวจริงหรือเปล่า โดยมี ไรอัน กิ๊กส์ มิดฟิลด์วัยดึก พร้อมเบียดลงเล่นเป็นนัดที่ 1,000 ในอาชีพด้วย
ผู้เล่นบาดเจ็บ: ฟิล โจนส์, พอล สโคลส์, ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์
ความพร้อม-สภาพทีม
เรอัล มาดริด
ราชันชุดขาวขนนักเตะฟุตบอลชุดฟูลทีมมาทำศึกนัดนี้ หลังได้ อิเคร์ คาซิญาส ผู้รักษาประตูกัปตันทีม กลับมามีชื่ออยู่ในทีมอีกครั้ง นับตั้งแต่มือหักพักไปร่วมสองเดือน ก่อนจะกลับมาลงซ้อมได้เป็นครั้งแรกเมื่อวันพฤหัสฯ ทำให้ยังไม่แน่ว่าจะฟิตพอลงเฝ้าเสาได้ในเกมนี้ และ ดิเอโก้ โลเปซน่าจะมีลุ้นได้ทำหน้าที่แทนต่อไป
ส่วน มาร์เซโล แบ็กซ้ายทีมชาติบราซิล ก็มีชื่ออยู่ในทีมชุดนี้ด้วย แต่ระดับความฟิตของเขายังไม่น่าจะเพียงพอกับการลงสนามเช่นกัน หลังจากเพิ่งลงเล่นไปไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น นับตั้งแต่คัมแบ็กกลับมาจากการพักยาว ทำให้ ฟาบิโอ โคเอนเทรา คงจะได้ลงสนามต่อไป
เกมนี้ โจเซ่ มูรินโญ่ คงจะปรับทัพกลับมาใช้งานนักเตะชุดใหญ่แบบพร้อมหน้าอีกครั้ง หลังลงทุนพักตัวหลักบางคนเอาไว้ในเกมเอล กลาซิโก้ เมื่อสุดสัปดาห์ โดย คริสติอาโน่ โรนัลโด้ ปีกซูเปอร์สตาร์ คงจะกลับมาเป็นตัวจริงในการเจอกับทีมเก่าอีกครั้ง
ชาบี้ อลอนโซ่ มิดฟิลด์ตัวเก่ง ก็น่าจะมาคุมเกมแดนกลางคู่กับ ซามี่ เคดิร่า อีกครั้ง ส่วน อังเคล ดิ มาเรีย ปีกทีมชาติอาร์เจนตินา ก็น่าจะกลับมาเป็นตัวทำเกมริมเส้นด้วย โดยมี เมซุต โอซิล จะรับหน้าที่มิดฟิลด์จอมทัพเช่นเดิม
วิเคราะห์รูปเกม
แมนฯ ยูไนเต็ด บุกไปเจ๊ามาดริดได้ถึงรังในนัดแรกแบบมีประตูทีมเยือนติดมือกลับมาด้วย ทำให้เกมนี้ลดความกดดันลงไปได้พอสมควร แต่ก็ยังคงเป็นงานที่หนักหนาสาหัสอยู่ เพราะผีแดงเคยมีประสบการณ์ในการเจ๊งชัยนัดที่สองในสถานการณ์ที่ได้เปรียบเวลาเจอกับราชันชุดขาวมาแล้ว แถมนัดนี้ทีมเยือนยังมาด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม จากการคว่ำบาร์เซโลน่าลงได้สองนัดติด และสภาพทีมก็เกือบจะสมบูรณ์เต็มร้อย บวกกับคุณภาพในเกมรุกที่อันตรายทุกดอก คงจะป่วนเกมรับของเจ้าบ้านจนหัวบานแน่ เกมนี้ถือว่าสำคัญยิ่งยวดสำหรับทั้งสองทีมและคงจะสู้กันแบบถวายหัว ผีแดงเล่นในรังโอลด์ แทรฟฟอร์ดยังไงก็น่าจะมีฮึด บวกกับเกมรุกก็พร้อมเล่นงานชุดขาวได้เช่นกัน ทำให้นัดนี้มีสิทธิออกทุกหน้าและอาจจะยืดเยื้อถึงฎีกา
รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม:
แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1): ดาวิด เด เกอา; ราฟาเอล, ริโอ เฟอร์ดินานด์, จอนนี่ อีแวนส์, ปาทริซ เอฟร่า; ไมเคิล คาร์ริค, ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์; อันโตนิโอ วาเลนเซีย, เวย์น รูนี่ย์, ชินจิ คางาวะ(แดนนี่ เวลเบ็ค); โรบิน ฟาน เพอร์ซี่
ผู้จัดการทีม: อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
เรอัล มาดริด (4-2-3-1): ดิเอโก้ โลเปซ; อัลบาโร่ อาร์เบลัว, เซร์คิโอ รามอส, เปเป้, ฟาบิโอ โคเอนเทรา; ชาบี้ อลอนโซ่, ซามี่ เคดิร่า; อังเคล ดิ มาเรีย, เมซุต โอซิล, คริสติอาโน่ โรนัลโด้; คาริม เบนเซม่า
โค้ช: โจเซ่ มูรินโญ่
ฮอตสกอร์: เสมอผลบอล 1-1
ติดตามข่าวกีฬา วิเคราะห์บอล ผลบอล ฟุตบอล รอบโลก ได้ที่นี่

วันจันทร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2556

โรนัลโด้เบิ้ล!ราชันบุกเฉือนบีโก้ 2:1 ขึ้นที่ 2


โรนัลโด้เบิ้ล!ราชันบุกเฉือนบีโก้2:1ขึ้นที่2+คลิป 
โรนัลโด้เบิ้ล!ราชันบุกเฉือนบีโก้2:1ขึ้นที่2+คลิป

ฟุตบอลลาลีกา สเปน 2012-13

วันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม 2556

เซลต้า บีโก้ 1:2 รีล มาดริด

สนาม : บาไลดอส

ผู้ตัดสิน : ฆาเวียร์ เอสตราด้า เฟอร์นานเดซ



นาที 61 รีล มาดริด มาได้ประตูขึ้นนำเมื่อ โอซิล เปิดลูกเตะมุมมา ฆาบี บาราส ทุบบอลไปเข้าทาง กาเยฆ่อน ยิงสวนเข้ามาแล้วเด้งไปหา โรนัลโด้ ซัดจ่อๆ ขึ้นนำด้วยผลบอล 1:0

นาที 63 เซลต้า บีโก้ ตามตีเสมอทันควัน ออกุสโต้ เฟอร์นานเดซ พาบอลถึงเส้นหลังด้านขวาจ่ายให้ ยาโก้ อัสปาส ยิงแฉลบแข้งมาดริด เปลี่ยนทางเข้าประตู 1:1

นาที 71 ทีมเยือนมาได้จุดโทษจังหวะที่ กาก้า หลุดเข้าเขตโทษทางซ้ายแล้วโดน ฆาบี บาราส เข้าสกัดไม่โดนบอล ฆาเวียร์ เฟอร์นานเดซ ผู้ตัดสินเกมนี้เป่าจุดโทษทันทีและ โรนัลโด้ รับหน้าที่สังหารเข้าไป 2:1

วิเคราะห์บอลจบเกมการแข่งขัน รีล มาดริด บุกมาเอาชนะ เซลต้า บีโก้ ได้ถึงถิ่น 2:1 คว้าสามแต้มสำคัญขยับขึ้นที่สองในตารางคะแนน

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
เซลต้า บีโก้ ระบบ : 4-2-3-1
ผู้รักษาประตู : ฆาบี บาราส
กองหลัง : ฆอนนี่, วาดิม เดมิดอฟ, อันเดรส ตูนเญส, โรแบร์โต้ ลาโก้
กองกลาง : อเล็กซ์ โลเปซ(ดานิเยล พรานยิช น.56), บอร์ฆ่า โอบินญ่า - ออกุสโต้ เฟอร์นานเดซ, เอนริเก้ เด ลูคัส(มาริโอ เบอร์เมโฆ น.60), ไมเคิล โครห์น-เดห์ลี(ปาร์ค ซู ยอง น.81)
กองหน้า : ยาโก้ อัสปาส

รีล มาดริด ระบบ : 4-2-3-1
ผู้รักษาประตู : ดีเอโก้ โลเปซ
กองหลัง : ไมเคิ่ล เอสเซียง, ราอูล อัลบิโอล, เปเป้, มาร์เซโล่
กองกลาง : ซามี่ เคดิร่า(ชาบี อลอนโซ่ น.46), ลูก้า โมดริช - โฆเซ่ กาเยฆ่อน(กาก้า น.66), เมซุต โอซิล, คริสเตียโน่ โรนัลโด้
กองหน้า : คาริม เบนเซม่า(กอนซาโล่ อิกวาอิน น.65)

 Celta de Vigo 1-2 Real Madrid


ติดตามข่าวกีฬา วิเคราะห์บอล ผลบอล ฟุตบอล รอบโลก ได้ที่นี่

วันอังคารที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2556

วิเคราะห์บอล แมนฯ ยูไนเต็ด - นอริช


วิเคราะห์บอล แมนฯ ยูไนเต็ด - นอริช 
วิเคราะห์บอล แมนฯ ยูไนเต็ด - นอริช
ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
(1) แมนฯ ยูไนเต็ด - นอริช (12)
เวลา: 22.00 น.
สนาม: โอลด์ แทรฟฟอร์ด
ผู้ตัดสิน: นีล ซวอร์บริค
ถ่ายทอดสด: ทรูสปอร์ต 2



ผลงาน 5 นัดหลังสุดของทั้ง 2 ทีม
แมนฯ ยูไนเต็ด
23 ก.พ. 56 ชนะ ควีนส์ปาร์ค 2-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
18 ก.พ. 56 ชนะ เรดดิ้ง 2-1 (เหย้า) เอฟเอคัพ
13 ก.พ. 56 เสมอ เรอัล มาดริด 1-1 (เยือน) แชมเปี้ยนส์ลีก
10 ก.พ. 56 ชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
2 ก.พ. 56 ชนะ ฟูแล่ม 1-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
นอริช
23 ก.พ. 56 ชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
9 ก.พ. 56 เสมอ ฟูแล่ม 0-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
2 ก.พ. 56 เสมอ ควีนส์ปาร์ค 0-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
30 ม.ค. 56 เสมอ สเปอร์ส 1-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
26 ม.ค. 56 แพ้ ลูตัน 0-1 (เหย้า) เอฟเอคัพ
ผลการพบกันนัดแรก
17 พ.ย. 55 นอริช 1-0 แมนฯ ยูไนเต็ด
ผลงานการพบกันที่ผ่านมา
26 ก.พ. 55 พรีเมียร์ลีก นอริช 1-2 แมนฯ ยูไนเต็ด
1 ต.ค. 54 พรีเมียร์ลีก แมนฯ ยูไนเต็ด 2-0 นอริช
9 เม.ย. 48 พรีเมียร์ลีก นอริช 2 - 0 แมนฯ ยูไนเต็ด
21 ส.ค. 47 พรีเมียร์ลีก แมนฯ ยูไนเต็ด 2 - 1 นอริช
22 ก.พ. 38 พรีเมียร์ลีก นอริช 0 - 2 แมนฯ ยูไนเต็ด
3 ธ.ค. 37 พรีเมียร์ลีก แมนฯ ยูไนเต็ด 1 - 0 นอริช
ความพร้อม-สภาพทีม
แมนฯ ยูไนเต็ด
วิเคราะห์บอล เวย์น รูนี่ย์ กองหน้าตัวเก่ง พร้อมกลับมาลงสนามได้แบบเต็มเกมในนัดนี้ หลังฟิตพอลงเล่นเป็นแค่ตัวสำรองได้ในเกมที่แล้ว เพราะเพิ่งหายป่วยกลับมา ขณะที่โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ดาวยิงตัวหลัก น่าจะพร้อมมีชื่ออยู่ในทีมตามเดิม แม้จะเจ็บสะโพกมาจากเกมล่าสุด แต่ยังไม่แน่ว่าจะถูกพักไว้ใช้งานในเกมกับเรอัล มาดริดช่วงกลางสัปดาห์หรือเปล่า
ส่วนพอล สโคลส์ มิดฟิลด์ตัวเก๋า ยังไม่ฟิตกลับมาจากปัญหาเจ็บเข่า ขณะที่ไรอัน กิ๊กส์ กองกลางรุ่นเดอะอีกคน ต้องรอลุ้นว่าจะได้โอกาสลงเล่นเป็นนัดที่ 1,000 ในฐานะนักเตะอาชีพในเกมนี้หรือไม่
ฟิล โจนส์ กองหลังสารพัดประโยชน์ ยังต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าต่อไป เพื่อให้ฟิตทันเกมยุโรปนัดสำคัญ โดยมีดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ มิดฟิลด์ลำไส้แปรปรวน ที่พักยาวทั้งฤดูกาลไปแล้วเพราะปัญหาสุขภาพ
ผู้เล่นบาดเจ็บ: โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ (สะโพก), พอล สโคลส์ (เข่า), ฟิล โจนส์ (ข้อเท้า), ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ (ป่วย)
ความพร้อม-สภาพทีม
นอริช
อเล็กซ์ เท็ตตี้ มิดฟิลด์ทีมชาตินอร์เวย์ ยังไม่ฟิตพอสำหรับเกมนี้ หลังมีปัญหาเจ็บเข่าจนชวดบู๊นัดล่าสุดมาแล้ว เช่นเดียวกับแอนดรูว์ เซอร์แมน อีกหนึ่งนักเตะแดนกลาง ซึ่งยังถูกรบกวนด้วยปัญหาแบบเดียวกันอยู่
ส่วนจอห์น รัดดี้ ผู้รักษาประตูดีกรีทีมชาติอังกฤษ ยังคงไม่ฟิตกลับมาจากการพักยาวเพราะเจ็บต้นขา นอกจากนั้นนกขมิ้นก็พร้อมใช้งานนักเตะตัวหลัก ๆ จากชุดที่ชนะมาในนัดล่าสุดได้อีกครั้ง
เค กามาร่า กองหน้าตัวใหม่ที่ย้ายมาเสริมทัพในช่วงหน้าหนาว หวังได้โอกาสลงเล่นเป็นตัวจริงบ้าง หลังลงไปเป็นตัวสำรองแทนลูชาโน่ เบ็คคิโอ อีกหนึ่งกองหน้าตัวใหม่ และทำประตูให้ทีมได้ในนัดที่แล้ว
ผู้เล่นบาดเจ็บ: อเล็กซ์ เท็ตตี้, แอนดรูว์ เซอร์แมน (เข่า), จอห์น รัดดี้ (ต้นขา)

วิเคราะห์รูปเกม
แมนฯ ยูไนเต็ดมีเกมสำคัญนัดชี้ชะตาแชมเปี้ยนส์ลีกรออยู่ในช่วงกลางสัปดาห์ ทำให้คงจะลงเตะนัดนี้แบบห่วงหน้าพะวงหลังพอสมควร แต่ยังไงก็คงต้องเน้นในลีกให้ชัวร์ไว้ก่อน เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเหมือนปีก่อน และนัดนี้คงจะจัดทัพชุดแกร่งพอตัวลงสนาม เพื่อหวังล้างตาเด็ดปีนกขมิ้นเหลืองอ่อนลงให้ได้ หลังเคยพลาดท่าปราชัยมาในนัดแรกที่พบกัน แม้ทีมเยือนเองจะเรียกความมั่นสจกลับมาได้จากการกลับมาชนะได้อีกครั้งในเกมล่าสุด หลังจากฝืดยาวมาพักใหญ่ แต่เกมนี้มาเตะที่รังโอลด์ แทรฟฟอร์ด แม้ผีแดงจะเน้นแค่ผลมากกว่าสกอร์ แต่ด้วยเกมรุกที่เฉียบขาดยังน่าจะทำให้เจ้าถิ่นเผด็จศึกไปได้แบบหายห่วง
รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม:
แมนฯ ยูไนเต็ด (4-4-2): ดาวิด เด เกอา; ราฟาเอล, คริส สมอลลิ่ง, จอนนี่ อีแวนส์, ปาทริซ เอฟร่า; อันโตนิโอ วาเลนเซีย, ไมเคิ่ล คาร์ริค, ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์, นานี่; เวย์น รูนี่ย์, ฮาเวียร์ เฮอร์นานเดซ
ผู้จัดการทีม: อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
นอริช (4-4-2): มาร์ค บันน์; รัสเซลล์ มาร์ติน, เซบาสเตียน บาสซง, ไมเคิ่ล เทอร์เนอร์, ฆาเบียร์ การ์ริโด้; โรเบิร์ต สน็อดกราสส์, จอนนี่ ฮาวสัน, แบรดลี่ย์ จอห์นสัน, แอนโธนี่ พิลคิงตัน; เค กามาร่า, แกรนท์ โฮลท์
ผู้จัดการทีม: คริส ฮิวจ์ตัน
ฮอตสกอร์: แมนฯ ยูไนเต็ดชนะผลบอล 3-1
เกร็ดย่อย
*นอริชชนะแมนฯ ยูไนเต็ดได้ถึง 2 จาก 4 นัดหลังสุดที่พบกันในพรีเมียร์ลีก แต่ทั้งสองนัดก็เกิดขึ้นที่แคร์โรว์ โร้ด
*ชัยชนะในเกมลีกที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดครั้งหลังสุดของนอริชเกิดขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคมปี 1989
*ทั้งสองทีมทำประตูจากลูกโหม่งรวมกัน 23 ลูกในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ (แมนฯ ยูไนเต็ด 13, นอริช 10)
*แมนฯ ยูไนเต็ดเสียประตูจากลูกยิงนอกเขตโทษแค่ลูกเดียวเท่านั้นในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้
*แมนฯ ยูไนเต็ดรักษาคลีนชีทในเกมลีกได้ 3 นัดติดเป็นครั้งแรกในฤดูกาลนี้ ซึ่งนับเป็นสถิติที่ยาวนานที่สุดของทีมนับตั้งแต่ไม่เสียประตูติดต่อกัน 5 นัดในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน 2012
*แมนฯ ยูไนเต็ดหวังชนะเกมพรีเมียร์ลีก 5 นัดติดเป็นครั้งที่สองในฤดูกาลนี้ ซึ่งยังไม่เคยมีทีมใดทำได้มาก่อน
*แมนฯ ยูไนเต็ดจะไม่แพ้เกมลีกติดต่อกัน 16 นัดหากไม่ปราชัยในนัดนี้ ซึ่งจะเป็นสถิติที่ดีกว่าที่แมนฯ ซิตี้ทำไว้ 15 นัดในการออกสตาร์ทฤดูกาลนี้
*แมนฯ ยูไนเต็ดยิงชนเสาชนคานไปแล้ว 19 ครั้งในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ สูงที่สุดเท่ากับเอฟเวอร์ตัน
*โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ยิงชนเสาชนคานไปแล้ว 7 ครั้งในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ซึ่งมีถึง 6 ทีมที่นักเตะทั้งทีมทำได้รวมกันยังน้อยกว่า
*แมนฯ ยูไนเต็ดเก็บคะแนนจากการเป็นฝ่ายตามหลังได้ถึง 27 นัดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ซึ่งสูงกว่าทุกทีมและเป็นสถิติของสโมสรด้วย แต่ก็ไม่ได้ทำแบบนั้นอีกเลยนับตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมา
*ถ้าไรอัน กิ๊กส์ได้ลงเตะนัดนี้ก็จะเป็นเกมที่ 1,000 ในฐานะนักเตะอาชีพของเขา (สถิติปัจจุบันคือแมนฯ ยูไนเต็ด 931, เวลส์ 64, สหราชอาณาจักร 4)
ติดตามข่าวกีฬา วิเคราะห์บอล ผลบอล ฟุตบอล รอบโลก ได้ที่นี่

หงส์จุก! บัญชีติดตัวแดงสูงขึ้น 1 พันล.


หงส์จุก! บัญชีติดตัวแดงสูงขึ้น 1 พันล. 
หงส์จุก! บัญชีติดตัวแดงสูงขึ้น 1 พันล.
ฟุตบอล : หงส์ซีด! หลังล่าสุดผลประกอบการมีหนี้เพิ่ม 1 พันล. ทางด้าน อายร์ ทำยักไหล่ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวล
"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ทีมชื่อดังแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกแถลงการณ์ล่าสุดถึงสถานะทางการเงินของสโมสร โดยพบว่ามีหนี้สินพอกพูนเพิ่มขึ้นถึง 21.8 ล้านปอนด์ (ราวๆ 1 พันล้านบาท) ในช่วงระยะเวลา 10 เดือน ระหว่างวันที่ 1 ส.ค. ถึง 31 พ.ค. ของปีที่แล้ว คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งหมด 87.2 ล้านปอนด์ (ราวๆ 4 พันล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม เมื่อนำเงินจำนวนดังกล่าวมาหักลบกับยอดบัญชี ณ เวลานี้ จะได้ผลออกมาว่าทัพ "เร้ด แมชชีน" มีภาวะขาดทุนอยู่ที่ 40.5 ล้านปอนด์ (1,863 ล้านบาท)

ถึงแม้จะเป็นตัวเลขที่ดูน่ากลัวอยู่ไม่น้อย แต่ถึงกระนั้น เอียน อายร์ ผู้อำนวยการด้านการจัดการประจำถิ่น แอนฟิลด์ ก็วิเคราะห์บอลยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่ใช่สิ่งที่น่ากังวลแต่อย่างใด เพราะทุกๆ สโมสรล้วนมีแนวทางการหมุนเวียนเงินที่แตกต่าง บางช่วงก็อาจจะติดตัวแดง แต่บางช่วงก็จะกลับมาได้กำไรอีกครั้งหนึ่ง
อีกทั้ง ลิเวอร์พูล ยังแสดงให้เห็นว่าสามารถทำรายได้จากเชิงพานิช และสร้างภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือขององค์กรณ์ ขึ้นมาได้มากขึ้น โดยหนี้สุทธิจำนวน 40.5 ล้านปอนด์ นั้นยังถือว่าน้อยกว่าหนี้เมื่อปีก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำ (49.3 ล้านปอนด์)

อายร์ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า "นี่ไม่ใช่เรื่องที่ทุกคนต้องกังวลขนาดนั้น สถานะทางการเงินมันมีขึ้นและลงอยู่ตลอดเวลา สโมสรเรามีเงินที่ถูกใช้จ่ายออกไป และเงินที่ถูกนำเข้ามา ซึ่งมันก็เหมือนกับธุรกิจประเภทอื่นๆ นั่นแหล่ะ แต่ความแตกต่างที่เกิดขึ้นกับธุรกิจฟุตบอลทุกอย่างมันจะแกว่งไปแกว่งมา คุณจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนซื้อนักเตะในช่วงซัมเมอร์ แล้วหลังจากนั้นเราก็จะมีรายได้เข้ามาจากพวกสปอนเซอร์ , การขายตั๋ว และเงินจากสื่อต่างๆ"

"บางครั้งเราก็จำเป็นต้องลงทุนบ้าง ถึงแม้มันจะทำให้เรามีหนี้ในระยะสั้นก็ตาม แต่ผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะยกสถานะของตัวเองขึ้นไปได้ดีกว่านี้ในระยะยาว ซึ่งเราก็พยายามที่จะระมัดระวังอยู่ตลอดเวลา ที่ผ่านมาเรามีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เพื่อปรับยอดบัญชี ไม่ว่าจะเป็นการผ่องถ่ายบุคลากรรุ่นก่อนๆ ซึ่งมีรายได้ค่อนข้างสูงออกไป เราจ่ายเงินชดเชยให้พวกเขาไปมหาศาล และนำคนรุ่นใหม่เข้ามา ทุกอย่างมันเป็นเรื่องของการปรับโครงสร้างในระยะยาว"

ทั้งนี้ ยอดหนี้สินจำนวนดังกล่าว ยังไม่ได้ถูกหักลบกับกำไรจากการเซ็นสัญญาใช้ชุดแข่งยี่ห้อ "วอร์ริเออร์" ที่ผูกพันยาวถึง 6 ปี คิดเป็นเงิน 25 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,150 ล้านบาท) ต่อฤดูกาล แต่อย่างใด
ติดตามข่าวกีฬา วิเคราะห์บอล ผลบอล ฟุตบอล รอบโลก ได้ที่นี่

วันศุกร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2556

วิเคราะห์บอล ควีนส์ปาร์ค - แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด


วิเคราะห์บอล ควีนส์ปาร์ค - แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 
วิเคราะห์บอล ควีนส์ปาร์ค - แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
(20) ควีนส์ปาร์ค - แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (1)
เวลา: 22.00 น.
สนาม: ลอฟตัส โร้ด
ผู้ตัดสิน: แอนโธนี่ เทย์เลอร์
ถ่ายทอดสด: ทรูสปอร์ต 2




ผลงาน 5 นัดหลังสุดของทั้ง 2 ทีม
ควีนส์ปาร์ค
9 ก.พ. 56 แพ้ สวอนซี 1-4 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
2 ก.พ. 56 เสมอ นอริช 0-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
29 ม.ค. 56 เสมอ แมนฯ ซิตี้ 0-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
26 ม.ค. 56 แพ้ เอ็มเค ดอนส์ 2-4 (เหย้า) เอฟเอคัพ
19 ม.ค. 56 เสมอ เวสต์แฮม 1-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
แมนฯ ยูไนเต็ด
18 ก.พ. 56 ชนะ เรดดิ้ง 2-1 (เหย้า) เอฟเอคัพ
13 ก.พ. 56 เสมอ เรอัล มาดริด 1-1 (เยือน) แชมเปี้ยนส์ลีก
10 ก.พ. 56 ชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
2 ก.พ. 56 ชนะ ฟูแล่ม 1-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
30 ม.ค. 56 ชนะ เซาแธมป์ตัน 2-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
ผลการพบกันนัดแรก
24 พ.ย. 55 แมนฯ ยูไนเต็ด 3-1 ควีนส์ปาร์ค
ผลงานการพบกันที่ผ่านมา
8 เม.ย. 55 พรีเมียร์ลีก แมนฯ ยูไนเต็ด 2-0 ควีนส์ปาร์ค
18 ธ.ค. 54 พรีเมียร์ลีก ควีนส์ปาร์ค 0-2 แมนฯ ยูไนเต็ด
11 พ.ย. 51 ลีกคัพ แมนฯ ยูไนเต็ด 1-0 ควีนส์ปาร์ค
16 มี.ค. 39 พรีเมียร์ลีก ควีนส์ปาร์ค 1-1 แมนฯ ยูไนเต็ด
30 ธ.ค. 38 พรีเมียร์ลีก แมนฯ ยูไนเต็ด 2-1 ควีนส์ปาร์ค
ความพร้อม-สภาพทีม
ควีนส์ปาร์ค
โลอิก เรมี่ ศูนย์หน้าทีมชาติฝรั่งเศส ยังคงถูกรบกวนด้วยปัญหาเรื้อรังที่โคนขาหนีบอยู่ ทำให้ยังไม่แน่ว่าจะฟิตพอกลับมาลงช่วยทีมในนัดนี้ได้หรือไม่ หลังจากชวดบู๊มาแล้วใน 2 เกมหลังสุด
ส่วนบ๊อบบี้ ซาโมร่า อีกหนึ่งตัวเลือกในแนวรุก ก็สภาพความฟิตยังไม่ค่อยเต็มร้อย เพราะปัญหาที่สะโพกที่ตามรบกวนมาพักใหญ่ ทำให้เขาคงถูกใช้งานแค่ในฐานะตัวสำรองเช่นเคยในเกมนี้
จูเนียร์ ฮอยเล็ตต์ ปีกดาวรุ่ง คืนความฟิตกลับมามีชื่ออยู่ในทีมชุดนี้ได้แล้ว หลังพักไปหลายนัดเพราะเจ็บแฮมสตริง ขณะที่แซมบา เดียกิเต้ มิดฟิลด์ทีมชาติมาลี ก็กลับมาเป็นตัวเลือกได้เช่นกัน หลังจากระดับความฟิตเข้าที่แล้ว นับตั้งแต่เดินทางกลับมาจากไปทำศึกแอฟริกัน เนชั่นส์คัพ
วิเคราะห์บอลเกมนี้ฟาบิโอ ดา ซิลวา แบ๊กซ้ายดาวรุ่ง ซึ่งถูกยืมตัวมาจากแมนฯ ยูไนเต็ด ลงเล่นไม่ได้ตามกฎ ส่วนโจเซ่ โบซิงวา แบ๊กขวาประสบการณ์สูง ยังมีปัญหาเจ็บหลังอยู่ และแอนดี้ จอห์นสัน กองหน้าอดีตทีมชาติอังกฤษ ก็ยังไม่หายเจ็บเข่าเช่นเดิม
ผู้เล่นบาดเจ็บ: โลอิก เรมี่ (โคนขาหนีบ), โจเซ่ โบซิงวา (หลัง), แอนดี้ จอห์นสัน (เข่า)
ความพร้อม-สภาพทีม
แมนฯ ยูไนเต็ด
เวย์น รูนี่ย์ กองหน้าตัวเก่ง หมดสิทธิ์ลงช่วยทีมในเกมนี้ เพราะอาการไซนัสอักเสบยังไม่หายดี หลังจากทำให้เขาพลาดการมีส่วนร่วมในเกมเอฟเอคัพเมื่อสุดสัปดาห์ก่อนมาแล้ว
ส่วนฟิล โจนส์ นักเตะสารพัดประโยชน์ ก็หมดสิทธิ์ลงสนามเช่นกัน หลังเจ็บข้อเท้ามาจากเกมที่แล้ว จนส่อแววว่าจะต้องพักหลายนัด
ขณะที่พอล สโคลส์ มิดฟิลด์ตัวเก๋า ก็ยังไม่พร้อมกลับมาลงสนาม เพราะสลัดปัญหาเจ็บเข่าไม่ได้ จนต้องถูกส่งตัวไปตรวจอาการอีกรอบ
เกมนี้ผีแดงคงจะโรเตชั่นนักเตะกลับมาอีกครั้ง โดยโรบิน ฟาน เพอร์ซี่จะลงมาเป็นตัวหลักในแนวรุกเช่นเดิม หลังถูกพักไว้เป็นตัวสำรองในนัดก่อน
ส่วนแนวรับก็จะส่งตัวหลัก ๆ กลับมาลงสนามอย่างพร้อมหน้าเช่นกัน หลังปรับยกแผงในเกมที่แล้ว ขณะที่แดนกลางไมเคิ่ล คาร์ริคคงจะกลับมาเป็นตัวหลักเช่นกัน
ผู้เล่นบาดเจ็บ: ฟิล โจนส์ (ข้อเท้า), พอล สโคลส์ (เข่า), เวย์น รูนี่ย์, ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ (ป่วย)
วิเคราะห์รูปเกม
เกมนี้เป็นการพบกันของสองทีมที่อยู่คนละสุดด้านของตาราง โดยควีนส์ปาร์คต้องพยายามเก็บทุกคะแนนที่เหลืออยู่เพื่อความหวังในการอยู่รอดในฤดูกาลนี้ ซึ่งริบหรี่ลงไปเรื่อย ๆ ส่วนแมนฯ ยูไนเต็ดก็ต้องการโกยทุกแต้มเช่นกันเพื่อปิดกล่องลุ้นแชมป์แบบไม่ให้พลาดหลุดมือเหมือนปีก่อน เกมนี้แม้จะเป็นทีมเยือนแต่ผีแดงยังเหนือกว่าทุกประตู แม้ความสดจะเป็นรองเยอะเพราะมีคิวเตะมากกว่าถึง 2 นัด แต่ก็โรเตชั่นนักเตะหลายตำแหน่งในเกมที่แล้ว ทำให้คงไม่ส่งผลกระทบมากนัก แต่ทหารเสือราชินีเล่นในรังก็ดับซ่าทีมใหญ่มาแล้วหลายทีม และคงหวังจะติดเบรกจ่าฝูงให้หัวทิ่มอีกครั้งในเกมนี้ แต่ด้วยสภาพความพร้อมที่ไม่ค่อยดีนัก เกมนี้ไม่น่าจะต้านเกมบุกของทีมเยือนได้อยู่
รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม:
ควีนส์ปาร์ค (4-3-3): ชูลิโอ เซซาร์; เนดัม โอนัวฮา, คริส แซมบา, คลินท์ ฮิลล์, อาร์กมงด์ ตราโอเร่; สเตฟาน เอ็มเบีย, ฌอน เดอร์รี่, แซมบา เดียกิเต้; เจมี่ แม็คกี้, อเดล ทารับต์, ชอน ไรท์-ฟิลลิปส์
ผู้จัดการทีม: แฮร์รี่ เรดแน็ปป์
แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1): ดาวิด เด เกอา; ราฟาเอล, ริโอ เฟอร์ดินานด์, จอนนี่ อีแวนส์, ปาทริซ เอฟร่า; ไมเคิ่ล คาร์ริค, ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์; อันโตนิโอ วาเลนเซีย, ชินจิ คากาวะ, แดนนี่ เวลเบ๊ค; โรบิน ฟาน เพอร์ซี่
ผู้จัดการทีม: อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
ฮอตสกอร์: แมนฯ ยูไนเต็ดชนะผลบอล 2-0
เกร็ดย่อย
*ควีนส์ปาร์คเก็บได้แค่ 2 คะแนนจากการพบกับแมนฯ ยูไนเต็ด 11 นัดในพรีเมียร์ลีก
*ชัยชนะครั้งหลังสุดที่ควีนส์ปาร์คมีเหนือแมนฯ ยูไนเต็ดคือเกมนัดวันขึ้นปีใหม่ที่บุกไปคว้าชัยะ 4-1 ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดในปี 1992
*ควีนส์ปาร์คชนะแมนฯ ยูไนเต็ดที่ลอฟตัส โร้ดได้ครั้งหลังสุดเมื่อเดือนพฤษภาคม 1989
*หลังจากทำทั้ง 7 ประตูในพรีเมียร์ลีกของเขาเมื่อฤดูกาลที่แล้วได้จากเกมในบ้าน (7 นัด) บ๊อบบี้ ซาโมร่าก็ทำทั้ง 3 ประตูในฤดูกาลนี้ได้จากเกมมนอกบ้าน (4 นัด)
*มีเพียงแค่ 11 ทีมเท่านั้นที่ทำประตูในพรีเมียร์ลีกได้น้อยกว่า 19 ลูกใน 26 นัดแรกอย่างที่ควีนส์ปาร์คทำได้ในฤดูกาลนี้
*ดาร์บี้ทำสถิติยิงประตูได้น้อยที่สุดจาก 26 นัดแรกของพรีเมียร์ลีกไว้ในฤดูกาล 2007/08 (13 ลูก)
*มีเพียงทีมเดียวในประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีกที่เก็บคะแนนได้มากกว่าที่แมนฯ ยูไนเต็ดทำได้ในฤดูกาลนี้ (65 แต้ม) หลังผ่าน 26 นัดแรก (เชลซี 66 แต้ม 2005/06)
*แมนฯ ยูไนเต็ดทำไปแล้ว 62 ประตูจาก 26 นัดในฤดูกาลนี้ มากกว่าที่เชลซีทำได้ในช่วงเดียวกันของฤดูกาล 2009/10 (61 ลูก) ซึ่งพวกเขาจบฤดูกาลนั้นด้วยสถิติยิงประตูสูงสุดในประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีก (103 ลูก)
*เกมนี้เป็นการพบกันของทีมที่เปลี่ยนโอกาสให้เป็นประตูได้ต่ำที่สุดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ (ควีนส์ปาร์ค 8%) และทีมที่เปลี่ยนโอกาสให้เป็นประตูได้สูงที่สุด (แมนฯ ยุไนเต็ด 21%)
*แมนฯ ยูไนเต็ดยิงจุดโทษเข้าแค่ 2 จาก 5 ลูกเท่านั้นในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้
ติดตามข่าวกีฬา วิเคราะห์บอล ผลบอล ฟุตบอล รอบโลก ได้ที่นี่